6 ตุลาคม 2022

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ส.ค.65 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 สั่งการ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ 9 พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.3 บก.สส.ภ 9 พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.ห้วยยอด นำกำลัง ชุดสืบสวนภาค 9 ชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด ชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง และตำรวจกองปราบปราม (กก.6 บก.ป.) รวมกว่า 40 นาย บุกเข้าบ้านในพื้นที่ ต.บางกุ้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อทำการจับกุมตัว นายภาคภูมิ นิลปักษี หรือภาส อายุ 70 ปี เจ้าของร้านกล่องใส่ต้นไม้ กล่องยาว ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของนางอ่อนทิพย์ บุญอ่อน แม่ของนายสรัลยศ (ผู้เสียชีวิต) ตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่ จ.318/2565 ในฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า นายสรัลยศ สิทธิโชค หรือหมาก อายุ 29 ปี และน.ส.นาถตยา เจ็กคำ หรือเก๋ อายุ 28 ปี สองสามีภรรยาเสียชีวิตภายในห้องนอนบ้านในพื้นที่ ต.บางกุ้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

ในเบื้องต้นระหว่างการจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะควบคุมตัวมาเค้นสอบปากคำ กว่า 2 ชม. พร้อมกับนำตัว นางอ่อนทิพย์ (แม่ผู้ตาย) และภรรยาของผู้ต้องหามาแยกสอบปากคำ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพสอดคล้องกับคนอื่นๆ ว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงโดยใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ในการลงมือก่อเหตุ หลังนางอ่อนทิพย์ มาเล่าให้ฟังว่าโดนลูกชายที่คลั่งยาบ้าทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่เอือมระอา และหวาดกลัวตลอดเวลา พร้อมร้องขอและขอช่วยให้ผู้ต้องหาก่อเหตุจัดการลูกชายด้วยวิธีการใดยังไงก็ได้ ผู้ต้องหาจึงวางแผนให้แม่ผู้ตาย พร้อมพ่อ (ตาของผู้ตาย) และหลาน ซึ่งอยู่บ้านใกล้กันกับบ้านของผู้ตาย ให้ออกไปงานศพ ในตัว อ.ห้วยยอด ในช่วงเวลา 16.00 น. ก่อนที่ในเวลา 18.00 น. วันที่ 26 ส.ค.65 ผู้ต้องหาได้ใส่ชุดดำโดยเป็นเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขายางสีดำ เดินเข้าไปบ้านผู้ตายที่อยู่ห่างกันประมาณ 150 เมตร ก่อนจะยิงผู้ชายที่เป็นเหลน จำนวน 2 นัดก่อน แล้วจึงยิงฝ่ายหญิงซึ่งเป็นภรรยาของเหลน 1 นัด จนทั้งคู่เสียชีวิต ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที และเดินกลับมาบ้านพัก โดยถอดชุดที่ใช้ก่อเหตุให้ภรรยาซักในทันที พร้อมสั่งเสียกับภรรยาให้ทำใจไว้ว่าจะไม่ยอมให้ถูกจับกุมแน่นอน จะยิงยิงตัวตายดีกว่าถูกจับกุม และจึงมาแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบเช้าวันรุ่งขึ้นในเวลาประมาณ 08.00 น.

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปเอาเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุที่บ้านผู้ต้องหา ส่วนอาวุธปืนของกลางทางผู้ต้องหายังคงไม่ปริปากหรือรับสารภาพว่าอยู่ไหน จึงได้นำตัวกลับมายัง สภ.ห้วยยอด โดยที่ผู้ต้องหาส่งเสียงเอะอะโวยวาย พร้อมกับพูดตลอดเวลาว่า เคยติดคุกมาแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่กลัวอะไร ยิงเหลนซึ่งนิสัยไม่ดี เมายาบ้า ทำร้ายแม่ ก็ไม่ได้เสียใจอะไร หากตำรวจไม่มีผลทางนิติวิทยาศาสตร์ก็คงไม่ยอมรับหรอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังคุมตัวผู้ต้องหาและดูแลอย่างใกล้ชิด หวั่นผู้ต้องหาจะทำร้ายตัวเอง เพื่อเตรียมนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามจากการพลิกแฟ้มประวัติคดีทางอาญาผู้ต้องหารายนี้ เคยต้องโทษคดียาเสพติด (เฮโรอีน) จำคุก 30 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2545

สำหรับในคดีนี้ ทางตำรวจ 4 หน่วยงาน คือ สืบสวน ภ.9 สืบสวน สภ.ห้วยยอด สืบสวน ภ.จว.ตรัง และกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่ทำงานบูรณาการร่วมกันตั้งแต่วันเกิดเหตุ ตลอด 24 ชม. โดยไล่ตรวจกล้องวงจรปิดไม่ต่ำกว่า 5 จุด พร้อมทั้งนำตัวพยานมาสอบสวน โดยเป็นแม่ของผู้ตาย และเครือญาติ ซึ่งทั้งหมดให้การย้อนแย้ง และมีพิรุธมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งพยานยอมให้การยอมรับเปิดเผยความจริง ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ดีเอ็นเอ คราบเขม่าดินปืน ฯลฯ เป็นส่วนเชื่อมโยงนำมาสู่การขออนุมัติออกหมายจับและจับกุมคนร้ายในคดีนี้ได้ในที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 1 วันสามารถปิดคดีได้ ส่วนแม่ผู้เสียชีวิต และคนอื่นๆที่รู้เห็นยังคงกันไว้เป็นพยาน ส่วนในเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 29 ส.ค.65 ทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะมาเป็นประธานแถลงข่าวรวมถึงรายละเอียดในคดีนี้ และคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอื่นๆในพื้นที่ จ.ตรัง ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

Related News