พี่สาวเหยื่อถูกญาติ 7 คน รุมข่มขืน ขอย้ายที่อยู่ หลังหนึ่งในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี พนักงานโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ชาวตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พาเด็กหญิงเขียว (นามสมมติ) อายุ 12 ปี น้องสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังทราบว่า น้องสาวถูกกลุ่มเครือญาติรวม 7 คนล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี จึงมาแจ้งความให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้ง 5 คน ได้ที่บ้านพัก ประกอบด้วย

1. นายนายอนันต์ นรินทร์นอก อายุ 51 ปี ลุงเขย
2. นายทรงวุธต์ หันกลาง อายุ 21 ปี น้าเขย
3. นายประเชิญ ชาวปลายนา อายุ 32 ปี  น้าเขยเหยื่อ
4. นายพะเยาว์  เรืองฤทธิ์ อายุ 32 ปี ไม่ใช่ญาติ
5. นายสุรัตน์ ภูฆัง อายุ 34 ปี น้าเขย อยู่บ้านเดียวกับเหยื่อ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

ส่วนอีก 2 คน เป็นเยาวชน ต้องรอให้ผู้ปกครองพามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อดำเนินการต่อไป

พี่สาวเหยื่อขอย้ายที่อยู่ หลัง 1 ในผู้ต้องหาได้ประกันตัว

วานนี้ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านพี่สาวเหยื่อ พบว่ามีสื่อมวลชนมาคอยติดตามเฝ้าทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ในหมู่บ้านพบว่ามีชาวบ้านนั่งจับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางรายก็บอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะก่อเหตุจริง บางรายก็ไม่เชื่อเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในหมู่บ้าน

ขณะที่พี่สาวเหยื่อเปิดเผยว่าที่ผ่านมา ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุพรรณบุรี มาแจ้งว่าต้องการจะขอย้ายที่อยู่ก่อนหรือไม่ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ย้ายที่อยู่ แต่เมื่อพอมาทราบข่าวว่า 1 ในผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว กระทั่งมาตอนนี้รู้สึกกลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะนาทีนี้ไม่รู้เลยว่ามีใครคิดดี คิดร้ายกับตนกันบ้าง จึงคิดว่าน่าจะไม่ปลอดภัย และได้ปรึกษากับทางญาติๆ ว่าจะขอให้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุพรรณบุรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องจะขอย้ายที่อยู่อาศัยชั่วคราวไปก่อน ซึ่งจากนี้ไปก็ยังไม่ทราบว่าผู้ต้องหาอีก 4 คน จะได้รับการประกันตัวออกมาอีกหรือไม่  จึงจะขอย้ายที่อยู่ก่อนในช่วงนี้

ผู้ปกครอง 1 ใน 7 คน ไม่เชื่อว่าลูกชายร่วมก่อเหตุ

ส่วนทางด้านผู้ปกครองของ ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ออกมาเปิดเผยว่าไม่เชื่อว่าบุตรชายจะร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ลูกชายได้ถูกกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งก่อน ก็จะพาตัวบุตรชายไปให้สหวิชาชีพสอบปากคำ สำหรับตัวของเด็กชายออกมาปฏิเสธขอยืนยังว่าไม่มีส่าวนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนทางญาติผู้ต้องหาอีก 4 ราย เปิดเผยว่าอยากจะขอยื่นเรื่องประกันตัวผู้องหาทั้ง 4 ราย แต่ทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย บอกว่าไม่มีหลักทรัพย์และเงินสด ที่จะนำไปใช้ยื่นเรื่องขอประกันตัว จึงต้องปล่อยให้ผู้ต้องหาทั้ง4รายถูกฝากขังที่เรือนจำไปก่อนจนกว่าจะหาหลักทรัพย์มาประกันตัวได้   

ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์กับพ่อของนายสุรัตน์ ภูฆัง  1 ในผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งอยู่คนละหมู่กับบ้านเหยื่อ โดยพ่อผู้ต้องหาเปิดเผยว่ามาถึงตอนนี้ยังไม่เชื่อว่าบุตรจะก่อเหตุข่มขืนเหยื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาได้สอบถามเค้นกับลูกชายมาแล้ว ลูกชายก็ยังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำกับเหยื่อตามที่ถูกกล่าวหา

เวลา 11.30 น.วันที่ 16 มิ.ย. 63 ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง  อัยการ  อัยการจังหวัดคดีศาลแขวง ที่ปรึกษานางวันเพ็ญ ขุนทอง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี นายเจริญ จันทวิลาศ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี นางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี  นางสาวบุษยาฏฐ์ มนต์คล้ำ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านเหยื่อให้กำลังใจพี่สาวเหยื่อ

อัยการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง-คุ้มครองพยาน

ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวง เปิดเผยว่า วันนี้ทีมอัยการลงพื้นที่เพื่อต้องการดูความเป็นอยู่ที่แท้จริง ว่าทางตัวเด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างไร เพื่อจะได้ประเมินข้อเท็จจริงที่เด็กให้กับเรานั้นเท็จจริงแค่ไหน การลงพื้นที่ทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง เข้าใจว่าเคสนี้จะมีความซับซ้อน เนื่องจากพยานจะถูกข่มขู่ ก่อนจะเข้าพื้นที่เราได้ประชุมกับบ้านพักเด็กและฝ่ายปกครองและส่วนที่เกี่ยวข้อง คุยกันถึงมาตรการที่จะดูแลเด็ก การคุ้มครองพยาน

ส่วนประเด็นที่พี่สาวเหยื่อกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้ประกันตัวนั้น หากมีการข่มขู่ มีการทำร้ายกดดันไม่ให้พูดความจริง ทำให้คดีเปลี่ยนไป ก็สามารถทำทันฑ์บนผู้ต้องหาที่ได้รับประกันตัว รวมทั้งขอขอถอนประกันได้ นอกจากนี้ถ้าพิจารณาแล้วว่าเหยื่ออยู่ไม่ได้ และสมัครใจที่จะย้ายที่อยู่ ทางยุติธรรมจังหวัดก็จะประสานกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้มีการคุ้มครองพยานต่อไป

Posted on: มิถุนายน 17, 2020, by :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *