พบพิรุธหลายอย่าง ลูกสาวพ่อค้าข้าวหมูแดงเชื่อพ่อถูกฆ่าเผาอำพราง

ลูกสาวพ่อค้าข้าวหมูแดง เชื่อพ่อถูกฆ่า หลังผลชันสูตรชี้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากการบีบรัดลำคอ

กรณีที่ นายอนันต์ อายุ 66 ปี พ่อค้าข้าวหมูแดง เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอกเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผลชันสูตรระบุว่าผู้ตายถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ รวมถึงมีทรัพย์สินผู้ตายหายไปหลายรายการ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ญาติของผู้ตาย ติดใจในการเสียชีวิต โดยเชื่อว่าอาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง

23 ก.ค. 63 ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พร้อม พ.ต.อ.วิศิษฐ์ สังขนันท์ ผกก.สน.บางขุนเทียน ชุดสืบสวน บก.น.9 และ สน.บางขุนเทียน ร่วมกันประชุมติดคดีเหตุเพลิงไหม้ ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ ใกล้ร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป และ ที่ตัดเทป จนเป็นเหตุให้นายอนันต์ เจ้าของร้านเสียชีวิต

โดยมี ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ส.ยุพาพัชร์ ลูกสาวของผู้ตาย ร่วมประชุมและได้มีการนำหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวน เพราะเชื่อว่าอาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังมีรายงานผลผ่าชันสูตรจากแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เบื้องต้นพบว่านายอนันต์ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ โดยการบีบรัดบริเวณลำคอ

นอกจากนี้ ยังพบกระดูกต้นคอเว้าและแตก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมหรือไม่ เพราะอาจเกิดจากการล้มก็ได้เนื่องจากลักษณะศพนอนคว่ำ เป็นการตายผิดธรรมชาติ อีกทั้งหลักฐานหลายอย่างถูกไฟไหม้ไปแล้ว จึงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบพยานเบื้องต้นพบว่า มีข้อมูลสอดคล้องกับคำให้การของลูกสาวผู้ตาย ซึ่งตำรวจยังต้องตามหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนแรก และบุคคลอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่พบว่าเหตุนี้จะมีปัญหาหนี้สินหรือความขัดแย้งอื่นๆ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

ด้าน น.ส.ยุพาพัชร์ ลูกสาวของตาย กล่าวว่า ปกติพ่อจะนอนบนเตียงตัวเองในห้องนอน ไม่นอนที่อื่น ซึ่งวันเกิดเหตุเพื่อนบ้านพบมีควันออกมาจากกลางตัวบ้าน ทั้งที่จุดนั้นไม่มีปลั๊ก จะมีเพียง 2 จุดคือห้องน้ำและข้างประตู หากเป็นไฟฟ้าลัดวงจรต้องเป็นที่ห้องนอนที่มีแอร์และปลั๊กไฟ ซึ่งเพื่อนบ้านทุบข้างฝาเรียก แต่ก็ไม่มีคนตอบรับ

ที่น่าสงสัยคือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ที่พ่อสวมใส่ประจำหายไป อีกทั้งลักษณะศพของพ่อที่นอนคว่ำ เมื่อแพทย์ชันสูตรศพก็สรุปว่าพ่อไม่ได้เสียชีวิตจากการสำลักควัน และยังมีรอยนิ้วมือบีบกดตรงลำคอ ในหลอดลมพบเขม่าควันเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งอาจเข้าไปหลังพ่อเสียชีวิตก็เป็นได้

ปกติพ่อจะตื่นตอน 23.00 น. ไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาช่วงตีหนึ่ง เตรียมอาหารเพื่อเปิดร้านตอนตีสี่ตีห้า แล้วจะขายเสร็จช่วงบ่ายสองบ่ายสาม โดยจะมีลูกจ้างหญิง 2 คนร่วมทำงานด้วย จากนั้นพ่อจะนั่งพักดื่มเบียร์เป็นกิจวัตร กระทั่ง 18.00-19.00 น. จึงจะเข้านอน

วันเกิดเหตุไม่ทราบว่าพ่ออยู่กับใคร แต่คนงานบอกว่าพ่อนั่งอยู่กับผู้ชายสองคนแต่ไม่เห็นหน้า

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ บอกว่ามีโซ่ล็อกประตูไว้จากนอกบ้าน ซึ่งปกติพ่อจะปิดประตูเหล็กแง้มไว้ หากนอนจึงจะล็อกประตูจากด้านใน แต่ถ้าคนในบ้านยังกลับไม่ครบก็จะคล้องกุญแจขัดไว้เท่านั้น

น.ส.ยุพาพัชร์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา หรือ ออย อายุ 37 ปี พี่สาว ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2560 ซึ่งพ่อเคยไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามก่อนจะเซ็นหนังสือยกเลิกการตามหาตัว นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบบัตรประชาชน ใบขับขี่ และบิลค่าไฟของบุคคลแปลกหน้าที่ไม่ใช่เพื่อนของพ่อ ที่มาพักอยู่ด้วยกัน ไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วย

Posted on: กรกฎาคม 25, 2020, by :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *