หนุ่มปีนบ้านอดีตนายจ้าง ฉกทรัพย์สินกว่า 5 แสน ปากแข็งแต่ตายน้ำตื้นเพราะเสื้อตัวเดียว

หนุ่มปีนบ้านอดีตนายจ้าง ฉกทรัพย์สินกว่า 5 แสน ปากแข็งแต่ตายน้ำตื้นเพราะเสื้อตัวเดียว

อดีตลูกจ้างปีนบ้านฉกทองคำ-เครื่องเพชร มูลค่ากว่า 5 แสน ปฏิเสธเสียงแข็งแต่ตายน้ำตื้นเพราะเสื้อตัวเดียว

(15 ธ.ค.63) เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนดร ภักษารัมย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีโจรกำลังขึ้นบ้านของชาวบ้าน ให้ตำรวจเร่งไปจับกุม เนื่องจากคนร้ายยังอยู่ภายในบ้าน ต่อมา พ.ต.ท.นิติพงษ์ ศรีท่าเลิศ รอง ผกก.(สืบสวน)สภ.สตึก จึงนำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าตรวจสอบ บ้านชั้นเดียว หมู่ 7 ต.นิคม อ.สตึก ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย คาดว่าหลบหนีออกจากบ้านไปแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้กระจายกำลังตามหาบริเวณป่าไม้ยูคาลิปตัส ใกล้กับบ้านเกิดเหตุ เพราะคาดว่าคนร้ายยังไปไม่ไกล เนื่องจากเจอรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ข้างป่า จนกระทั่งพบตัวชายต้องสงสัยใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้า ทราบชื่อนายวัลลภ หรือ เดี่ยว อายุ 37 ปี  ตำรวจจึงนำตัวออกจากป่ายูคาลิปตัส โดยนายวัลลภ ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปในบ้าน ตนกำลังมาหาหนูตามทุ่งนา

ต่อมานางพุทธชาดิ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นนายเดี่ยว จำได้ว่าเคยเป็นคนงานในร้านคาร์แคร์ นายเดี่ยว ก็ยังปฏิเสธต่อหน้าเจ้าของบ้านว่าไม่ได้ทำ ทันใดนั้น นางพุทธชาดิ จำได้ว่าเสื้อที่นายเดี่ยว เอามาคลุมใบหน้า เป็นเสื้อของตัวเอง จึงทักไปว่า ”เสื้อที่มึงเอาคลุมหน้าอยู่เป็นเสื้อกูเอง” นายเดี่ยวถึงกับตกใจและรับสารภาพทันทีว่าได้เป็นคนขึ้นบ้าน ขโมยได้เครื่องเพชร นาฬิกา และทอง เอาไปซ่อนข้างรั้ว ตำรวจจึงนำไปหาของกลาง พบทรัพย์สินยังอยู่ครบ ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.สตึก

นายเดี่ยว รับสารภาพต่อมาว่า ไม่ได้ตั้งใจจะไปขโมย ตนไปหาหนูตามทุ่งนา เห็นบ้านนายจ้างเก่า จึงคิดชั่ววูบปีนเข้าไปหาของมีค่า ต้องการเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน และซื้อยาบ้ามาเสพ

ด้าน น.ส.พุทธชาติ เจ้าของบ้าน เล่าว่า นายเดี่ยว เคยมาทำงานที่ร้านคาร์แคร์ แล้วถูกให้ออกไป ประมาณปีเศษ นายเดี่ยวกลับมาขอทำงานอีก สงสารจึงให้ทำต่อ แต่กลับขโมยทรัพย์สินภายในรถของลูกค้าจนจับได้ จึงไล่ออกรอบ 2 เมื่อ ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะมาทำกันแบบนี้ ทรัพย์สินที่นายเดี่ยว ขโมยไป มีทั้งเครื่องเพชร นาฬิกา และทองคำ มูลค่าประมาณ 500,000 บาทโชคดีที่ตำรวจทำงานเร็ว สามารถจับคนร้ายได้ทันควัน

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี และเสพยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า)

Posted on: ธันวาคม 16, 2020, by :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *